>

jquery เช็คค่าว่าง

jquery เช็คค่าว่าง


jquery เช็คค่าว่าง



วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมานำเสนอบทความการเช็คค่าว่างด้วย jquery ดังที่บทความก่อนหน้านี้ได้มีการเขียนไปแล้วเกี่ยวกับการเช็คค่าว่างด้วย javascript  ซึ่งในบทความนี้ จะกระชับ code javascript ขึ้นมาอีกด้วย jquery เราลองมาดูตัวอย่าง code กันเลยดีกว่านะครับ

    function check_null(){
     var user = $("#user").val();
     var pass = $("#pass").val();
     if(user == ''){
      alert("กรุณากรอก username ด้วยค่ะ !");
      $("#user").focus();
      return false;
     }else if(pass == ''){
      alert("กรุณากรอก  password ด้วยค่ะ !");
      $("#pass").focus();
      return false;
     }
    }
  


เป็นไงครับพอจะเข้าใจหรือป่าว  ถ้ายังไม่เข้าใจเราลองมาดู code ที่นำไปใช้แล้วกันดีกว่านะครับ

CODE  jquery เช็คค่าว่าง 



<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>jquery ตรวจชอบค่าว่าง</title>
</head>
<script type="text/javascript" src="jquery-1.10.2.js"></script>
        <script type="text/javascript">
function check_null(){
var user = $("#user").val();
var pass = $("#pass").val();
if(user == ''){
alert("กรุณากรอก username ด้วยค่ะ !");
$("#user").focus();
return false;
}else if(pass == ''){
alert("กรุณากรอก  password ด้วยค่ะ !");
$("#pass").focus();
return false;
}
}
</script>

<body>
<form name="check" id="check" method="post" >
username :<input type="text" id="user" />
password :<input type="text" id="pass" />
<input type="button" id="add" value="เข้าสู่ระบบ" onclick="check_null();"  />
</form>
</body>
</html>


อธิบาย CODE jquery เช็คค่าว่าง  เล็กน้อย

เห็นไหมครับ code jquery เช็คค่าว่างสั้นกว่า javascript เช็คค่าว่าง มากพอสมควรนะครับและในบทความนี้ยังสามารถที่จะแยกแยะออกว่าอันไหน javascript อันไหน jquery คือจะบอกว่าทั้งสองตัวมันเป็นเดียวกันนะครับ แต่ jquery จะอ้างแค่ id ก็สามารถนำไปใช้งานได้แล้ว แต่ javascipt ต้องอ้างตั้งแต่ form ไปจอนถึง ชื่อ หรือ id นั้นๆ สำหรับโปรแกรมเมอร์กากกากคนนี้ก็ขอจบบทความไว้เพียงแค่นี้ครับ ไว้บทความต่อไปจะมานำเสนอเกี่ยวกับอะไรไว้ติดตามกันนะครับ ขอบคุณครับ









PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT

เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP

เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP 



เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP



วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมาสอนเทคนิกเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการสลับสีตารางด้วย PHP ส่วนใครที่พอจะทราบแล้วก็ไม่เป็นไรนะครับ  อันนี้เป็นแค่เพียงตัวอย่างเทคนิคเล็กๆน้อยๆเท่านั้น  เราลองมาดู CODE กันเลยดีกว่านะครับ

CODE  เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP 




<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>สลับสี ตาราง</title>
</head>

<body>
<table width="100%" border="1" id="main_table" class="update_order">
  <thead>
  <tr>
    <th colspan="8">หัวข้อ</th>
  </tr>
  <tr>
    <th width="5%">ลำดับที่</ths>
    <th width="23%">ชื่อ</th>
    <th width="11%">นามสกุล</th>
    <th width="13%">หมายเลขโทรสับ</th>
    <th width="15%">ที่อยู่</th>
    <th width="9%">email</th>
  </tr>
  </thead>
 <?php $no = 1;
  while($no < 10 ){
 ?>
  <tbody>
  <tr bgcolor="<?php if($no%2 == 0){echo '#CCCCCC';}else{echo '#FFF';}?>">
    <td align="center"><?=$no;?></td>
    <td><b></b></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    </td>
  </tr>
  
  <?php  
  $no++;
} // end while
?>
  </tbody>
</table>
</body>
</html>



อธิบาย CODE เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP 

จาก CODE ด้านบนนะครับ  ให้สังเกตุตรงส่วน PHP ในส่วนที่เป็นสีแดง  มีการนำ while เข้ามาใช้ให้ $no +1 ไปเรื่อยๆแต่ต้องน้อยกว่า 10 แล้วออกจาก loop และนำ $no แต่ละตัวมา %2 เพื่อทำการใช้งาน if เพื่อแยกสีของ   bgcolor ให้มีสองสี CODE ก็จะประมาณนี้นะครับ ส่วนเรื่องการประยุกต์ใช้นั้นก็เป็นไปได้มากมายหลายอย่าง อาทิเช่นการนำจำนวณจากการ select มาจากฐานข้อมูลโดยใช้ while นับและมีการเปลี่ยนสี ดังจะกล่าวในบทความต่อไปนะครับ   ส่วนด้านล่างนี้เป็น CODE PHP เพื่อให้พอนึกภาพออกครับ ลองดูกัน

$no = 1;
    while($no < 10 ){
       if($no%2==0){
    echo " bgcolor  1";
 }else{
    echo "bgcolor 2";
  }
    $no++;}




ก็ลองเอาไปทำดูนะครับ ส่วนใครที่รู้แล้วก็ไม่เป็นไร สำหรับบทความนี้ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ นะครับ





PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT

javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่

javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่

javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่
วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมานำเสนอบทความ javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่ ในที่นี้มีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการหาตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของเราเพื่อนำไปคำนวณหาระยะทางจากที่เราอยู่ ไปยังจุดที่เราปักหมุดไว้ใน google map นะครับ  เราลองมาดู CODE กันแลยดีกว่า

CODE javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่



<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่</title>
</head>
<body>


ตัวอย่าง ตำแหน่งที่เราอยู่



</body>
</html>

สรุปเล็กน้อย เกี่ยวกับ javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่  

หลายท่านอาจสงสัยว่าหาค่า ละติจูด กับ ลองติจูดไปทำไม ในที่นี้ เมื่อเราได้ค่าทั้งสองค่านี้มา ซึ่งเป็นค่าที่อยู่ปัจจุบันของเรา (ค่าละติจูดลองติจูดปัจจุบันนี้ หมายถึง ละติจูดกับลองติจูดที่เราเปิดใช้งานหน้า เพจนี้ ถ้าเปิดอยู่ที่ไหน ก็จะได้พิกัดละจูดลองติจูดนั้นๆ) เมื่อเราได้แล้ว เราสามารถนำค่านี้ไปคำนวณหาระยะทาง ซึ่งจะมีสูตรในบทความต่อไปนะครับ  ซึ่งในที่นี้เหมาะสำหรับเว็บท่องเที่ยว ที่มีการปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวไว้และนำไปคำนวณให้นักท่องเที่ยวว่าจากสถานที่ที่นักท่องเทียวอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆว่าไกลกันมากน้อยเพียงใด  ทางโปรแกรมเมอร์กากกาก ก็ของจบบทความ  javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่ ไว้เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อท่านที่สนใจ


PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT

การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class

 การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class


ตัวอย่างไฟล์ dbconfig.php


ตัวอย่างนี้สืบเนื่องจากที่โปรแกรมเมอร์กากกากได้เขียนบทความ PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session  เราจึงได้มีบทความนี้ขึ้น  ใน CODE ตัวอย่างนี้ เราได้ทำการเขียน Class ของการ connect ขึ้นมาเพื่อสะดวกในการเรียกใช้งาน เราลองมาดู CODE กันเลยดีกว่า


############ user,password,dbname for localhost ##########

define(HOST,"localhost");
define(USER,"ใส่ user host ของท่าน");
define(PASS,"ใส่ password host ของท่าน");
define(DBNAME,"email");
############ user,password,dbname for localhost ##########

class MYSQL{
 
 private $str;
 private $result;
 
 public function  __construct($host,$user,$pass,$dbname) {
 $this->str = mysql_connect($host,$user,$pass) or die (mysql_error());
 $this->dbname = mysql_select_db($dbname);
 mysql_query("SET NAMES UTF8");
 }
 
 public function INSERT(){
  $this->str ="INSERT INTO $this->TABLE ($this->FIELD) VALUES ($this->VALUE)";

  return mysql_query($this->str);
  }
 public function SELECT(){
 $this->str ="SELECT $this->FIELD FROM $this->TABLE";

  $this->result =mysql_query($this->str);
  }
 public function UPDATE(){
  $this->str ="UPDATE $this->TABLE SET $this->VALUE";
  $this->result = mysql_query($this->str);
  }
 public function DELETE(){
  $this->str ="DELETE FROM $this->TABLE";
  return mysql_query($this->str);
  }
 public function FETCH_OBJ(){
  return  mysql_fetch_object($this->result);
  }
 public function FETCH_ARR(){
  return  mysql_fetch_array($this->result);
  }
 public function NUM_ROWS(){
  return  mysql_num_rows($this->result);
  }
 public function FETCH_RESULT(){
  return  mysql_result($this->result);
  }
 } // End class MYSQL


ในส่วนการเรียกใช้งานท่านสามารถเข้าไปดูตัวอย่างการเรียกใช้งานได้ที่  PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session บทความนี้หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจนะครับและขอจบไว้เพียงเท่านี้







PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT

PHP MySQL กับ Login Form แบบใช้ session

PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session


php หน้า login เก็บ session


วันนี้โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมาแสดงตัวอย่างการทำหน้า login ด้วย PHP และมีการเก็บ session ไว้ใช้งานกัน เราลองมาดูตัวอย่าง CODE กันเลยดีกว่า

CODE PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session



<?php session_start(); ?>
<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />

<script language="javascript">
      function checkNull(){  //ชื่อ function ตั้งได้ตามความสดวกของเราได้เลยครับ
  var forms=document.form1;  //ผมสร้างตัวแปรมาเพื่ออ้างถึง form ครับ
  if(forms.user.value == "" ){ //เช็ค if ใน textfile ที่กำหนด ตรง .value == "" คือถ้าเป็นค่า null ก็ให้ทำงานภายใน if นี้.
     alert('กรุณากรอก Username');  //สั่งให้ขึ้นข้อความที่ต้องการ
     forms.user.focus();  //เพิ่มความฉลาดให้โปรแกรมโดยการให้ cursor วิ่งไปในช่องที่ว่างอยู่  
     return false;  //return false เป็นการไม่ให้โปรแกรมหรือหน้าเว็บเราทำงานต่อ
  }
  else if (forms.password.value == ""){
 alert('กรุณากรอก Password');  
     forms.password.focus(); 
     return false; 
  }

}
</script>

<title>Login</title>
 <!-- Le styles -->
    <link href="css/bootstrap/css/bootstrap.css" rel="stylesheet">
    <style type="text/css">
      body {
        padding-top: 40px;
        padding-bottom: 40px;
        background-color: #f5f5f5;
      }

      .form-signin {
        max-width: 300px;
        padding: 19px 29px 29px;
        margin: 0 auto 20px;
        background-color: #fff;
        border: 1px solid #e5e5e5;
        -webkit-border-radius: 5px;
           -moz-border-radius: 5px;
                border-radius: 5px;
        -webkit-box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.05);
           -moz-box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.05);
                box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.05);
      }
      .form-signin .form-signin-heading,
      .form-signin .checkbox {
        margin-bottom: 10px;
      }
      .form-signin input[type="text"],
      .form-signin input[type="password"] {
        font-size: 16px;
        height: auto;
        margin-bottom: 15px;
        padding: 7px 9px;
      }

    </style>
    <link href="css/bootstrap/css/bootstrap-responsive.css" rel="stylesheet">


  </head>

  <body>

    <div class="container">

      <form class="form-signin" method="post" name="form1" onsubmit="javascript:return checkNull();">
      <h1 align="center">&nbsp;</h1>
        <h3 class="form-signin-heading" align="center">หน้า Login โดย</h3>
        <p align="center">www.โปรแกรมเมอร์กากกาก.blogspot.com</p>
        <input type="text" class="input-block-level" placeholder="User" name="user" id="user">
        <input type="password" class="input-block-level" placeholder="Password" name="password" id="password">
       
          
        <button name="login" id="login" class="btn btn-large btn-block btn-primary" type="submit">เข้าสู่ระบบ</button>
      </form>

    </div> <!-- /container -->
    
    
    <?php
if($_POST){ 
$user = $_REQUEST['user'];
$pw = $_REQUEST['password'];
include("dbconfig.php");
$db=new MYSQL(HOST,USER,PASS,DBNAME);
$db->FIELD = "*";
$db->TABLE = "member WHERE user = '$user' AND password = md5('$pw') ";
$db->SELECT();
 
if($db->NUM_ROWS() != 1 ){
 echo '<div class="alert alert-error" align="center">User หรือ Password ไม่ถูกต้อง</div>';
}else{
 
if($data = $db->FETCH_ARR()){
$_SESSION['ses_id_member'] = $data['id_member'];
echo '<script type="text/javascript">window.location="index.php";</script>';
}
 
}exit;
}//end if post
?>


  </body>
</html>



อธิบาย CODE PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session 


1. สีเขียว เป็นการประกาศ session_start(); เพื่อให้ทำการใช้ session ได้หรือเรียกใช้ session นั้นเอง 
2.สีน้ำเงิน  เป็น CODE javascript เพื่อเช็คค่าว่างนั้นเองในส่วนนี้เราเคยได้มีตัวอย่างไปแล้ว
3.สีม่วงเป็นส่วนของ CSS ที่เราเลือกมาใช้นัี้นก็คือ CSS bootstrap นั้นเองซึ่งในบอกความนี้เราก็ได้นำเสนอไปแล้ว
4. สีแดง เป็น CODE การทำงานของ PHP ซึ่งการทำงานในที่นี้ เราได้ include ไฟล์ connect Database มาใช้งานนั้นคือไฟล์ dbconfig.php(การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class) และมีการ select ค่าจากฐานข้อมูลมาเทียบกับที่กรอกไว้ว่า USER และ PASSWORD ถูกต้องหรือป่ว ถ้าไม่ถูกต้องก็จะขึ้นข้อความแจ้งเตือน  แต่ถ้า USER PASSWORD ถูกต้องก็จะทำในเงื่อนไขต่อไปคือ ให้ id ของ สมาชิกเก็บไว้ในตัวแปล session และให้ เด้งไปหน้า index.php ต่อไปและยังเก็บค่า $_SESSION['ses_id_member'] เพื่อนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ
5.สีดำเป็นส่วนของ html 


หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ และในส่วน ของไฟล์ dbconfig.php สามาคลิกเข้าไปดูตัวอย่างได้ที่  ตัวอย่างไฟล์ dbconfig.php  สามารถคลิกได้ที่  การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class









PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT





พิกัด ค่า latitude และ longitude ใน Google Map จากการคลิก

พิกัด ค่า latitude และ longitude ใน Google Map จากการคลิก


พิกัด ค่า latitude และ longitude ใน Google Map จากการคลิก


วันนี้โปรแกรมเมอร์กากกากได้หยิบเอาหัวข้อที่น่าสนใจคือ พิกัด ค่า latitude และ longitude ใน Google Map จากการคลิก มาลงใน Text ต่างๆเพื่อง่ายต่อการ Insert พิดกัดต่างๆลงฐานข้อมูล  ในกรณีนี้น่าจะเหมาะกับเว็บไซต์ท่่องเที่ยวเพราะ ต้องการเก็บพิดกัดสถานที่ท่องเที่ยวลงไปในฐานข้อมูลเพื่อเก็บไว้ให้ผู้ใช้หรือผู้ที่สนใจได้ดูพิกัดสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ เราลองมาดู Code กันเลยดีกว่าครับ




<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" 
"http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>Google Map API 3 - 01</title>
<style type="text/css">
html { height: 100% }
body { 
height:100%;
margin:0;padding:0;
font-family:tahoma, "Microsoft Sans Serif", sans-serif, Verdana;
font-size:12px;
}
/* css กำหนดความกว้าง ความสูงของแผนที่ */
#map_canvas { 
width:550px;
height:400px;
margin:auto;
/* margin-top:100px;*/
}
</style>


</head>

<body>

  <div id="map_canvas"></div>
 <div id="showDD" style="margin:auto;padding-top:5px;width:550px;">  
  <form id="form_get_detailMap" name="form_get_detailMap" method="post" action="">  
    Latitude  
    <input name="lat_value" type="text" id="lat_value" value="0" />  <br />
    Longitude  
    <input name="lon_value" type="text" id="lon_value" value="0" />  <br />
  Zoom  
  <input name="zoom_value" type="text" id="zoom_value" value="0" size="5" />  
  <br />
  <input type="submit" name="button" id="button" value="บันทึก" />  
  </form>  
</div> 
  


  




</body>
</html>






ขอบคุณข้อมูลจาก : www.ninenik.com






PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT

Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ)

Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ)




Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ)



วันนี้โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมานำเสนอการทำ Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ) แบบสวยๆและสามารถปรับแต่ง CSS ได้ตามต้องการนะครับ ดูได้จากภาพตัวอย่างข้างต้นนะครับ เพื่อนๆสามารถที่จะ ปรับแต่ง Dialog หรือ Popup ของเพื่อนๆได้ตามต้องการเลยนะครับ ในตัวอย่างนี้เราได้โหลด jqueryui มาใน ธีม สีส้มนะครับ เพื่อนๆ เข้าไปหาโหลดกันได้ที่ www.jqueryui.com นะครับ เป็นอีกส่วนของ jquery ที่พัฒนาให้มีรูปแบบหน้าตาที่สวยงามมากขึ้นเพราะมีการพัฒนาในส่วนของ CSS ให้เราเลือกใช้กันได้  เข้าไปโหลดเลือกโหลดกันได้เลย  และไฟล์อีก 1 ตัวที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไฟล์ jquery นั้นเองครับเข้าไปโหลดมาใช้ก้นได้เลยที่ www.jquery.com หลังจากเพื่อนๆโหลดไฟล์กันมาแล้วก็มาเริ่มกันเลยครับ

เรามาดู Source code Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ) กันครับ





<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>Jquery </title>






</head>

<body>
<input type="button" id="button" value="click" />
<div id="dialog">Test jquery dialog หรือ popup </br>สามารถใส่ข้อมูลได้ในนี้</div>
</body>
</html>





อธิบาย Source code Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ) เล็กน้อยครับ

1. ในส่วน Source code ที่เป็นตัวอักษรสีดำ เป็นส่วนของ html เพื่อนๆน่าจะพอรู้กันมาแล้วนะครับ 
2. ส่วนที่สองจะเป็น Source code ที่เป็นกล่องให้ copy ได้นั้น เป็นส่วนคำสั่งของ jquery นะครับ มีการเขียนกำหนดรูปแบบในการแสดงผลของ dialog กำกับไว้ นิดหน่อย และมีการปรับขนาดความกว้างได้  และอื่นๆที่เพื่อนๆสามารถไปกำหนดเองได้ 
3. ในส่วนที่ 3 นี้เป็นส่วนสำคัญก็ว่าได้นะครับ เพราะจะเป็นการกำหนดให้ jquery ทำงานใน id นั้นๆ หรือเขาเรียกกันว่าอะไรไม่รู้นะครับศัพท์ทางการ ผมไม่คอ่ยถนัด แต่ที่ผมพอจะเข้าใจคือ jquery จะทำงานส่วนหลักๆคือ ip ของ html ครับ ให้สังเกตตรง source code สีน้ำเงินนี่และครับ เมื่อมีการ คลิกที่ button ที่มี id = button จะให้ id = dialog เปิดขึ้นและทำงาน ในที่นี้ก็คือ <div id = "dialog"></div> นั้นเอง  ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้และกันนะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อยครับ  ว่างๆโปรแกรมเมอร์กากกากจะมาเขียน Source cod ในแบบฉบับๆกากกาก กันต่อนะครับ ของคุณครับ





                         PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT

ต้วอย่างหน้า LOGIN สวยๆจ้า

ต้วอย่างหน้า LOGIN สวยๆจ้า







วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมาแสดงตัวอย่างหน้า LOGING ด้วย CSS แบบสวยๆกัน ก่อนอื่นต้องไปไปโหลด CSS ที่เรียกว่า bootstrap ก่อนนะครับ โดยเข้าไปที่ Google แล้วพิมพ์ว่า bootstrap ก็จะมีให้ดาวน์โหลดเลยนะครับ  เราลองมาดู โค้ดกันเลยดีกว่าครับ



<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<link href="bootstrap/css/bootstrap.min.css" rel="stylesheet" />//CSS ที่เราไปโหลดมานะครับ การเรียกใช้
<title>LOGIN</title>
</head>

<body>
<p>&nbsp;</p>
   <p>&nbsp;</p>
   <p>&nbsp;</p>
   <p>&nbsp; </p>
<div class="container">
    <div class="row">
    <div class="span4 offset4 well">
            <legend align="center"  > <b> Please Sign In</b></legend>
            <div class="alert alert-info" align="center">
              ตัวอย่างหน้า LOGIN</div>
     
            
            <form  name="form1" method="post" action="" accept-charset="UTF-8" onsubmit="javascript:return checkNull();">
            <input type="text" id="username" class="span4" name="username" placeholder="Username">
            <input type="password" id="password" class="span4" name="password" placeholder="Password">
            <button type="submit" name="lgin" class="btn btn-info btn-block" value="Sign in" >Sign in</button>
            </form>   
            
             
        </div>
    </div>
</div>
</body>
</html>


เมือลงโค้ดดังกล่าวเสร็จก็จะได้ผมการรันดังรูปข้างบ้านนะครับ  หวังว่าคงพอทำกันได้นะครับ วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกากก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ครับ สำหรับ หน้า LOGIN สวยๆ
















PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT


เทคนิก selected php


เทคนิก selected php




วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมานำเสนอ  เทคนิกเล็กน้อยๆของ PHP ในการทำ  เวลาเป็น ชั่วโมงและนาที  เพราะในงานบางงานอาจจะต้องใช้ก็เป็นไปได้   เพราะในการทำงานบางอย่างหรือ Porject บาง Porject อาจจะต้องมีการนำเวลามาคำนวณ ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องแยกถึงขึ้น เวลา เป็นชั่วโมง และนาทีเลยก็เป็นไปได้  อย่าพูดพ่ำทำเพลงกันมาเลยดีกว่านะครับ  เราลองมาดู CODE ตัวอย่างกันเลยดีกว่า

CODE  เทคนิก selected php



<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>TEST SELECT</title>
</head>

<body>
<form id="form1" name="form1" method="post" >
   <table width="100%" border="0" align="center" id="main_table">
          <tr>
            <td align="center">
             <label> ชั่วโมง : <select name="fhr" id="fhr">
             <option value="">--เลือก--</option>
             <?php 
  for($hr = 0;$hr <=23 ;$hr++){
if(strlen($hr) == 1){
$hr = '0'.$hr;
}?>
             <option value="<?=$hr; ?>"><?=$hr; ?></option>
<?php } ?>  </select></label>
                     
            <label> นาที: <select name="fmin" id="fmin" >
            <option value="">--เลือก--</option>
             <?php
for($min = 0;$min<=59;$min++){
if(strlen($min) == 1 ){
$min = '0'.$min; 
}?>
                <option value="<?=$min;?>"><?=$min;?></option> <?php }  ?>   </select> </label>
            </td>
          </tr>
        </table>
 </form>
</body>
</html>



ผลการรัน CODE เทคนิก selected php





และ






ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับ selected php โปรแกรมเมอร์กากกาก ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่กำลังศึกษา PHP หรือ ผู้ที่สนใจนะครับ









PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT



jQuery Effects

jQuery Effects





วันนี้โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมานำเสนอ JQuery Effects  กันนะครับ  เราลองมาดูกัน


jQuery Effects  คืออะไร

jQuery Effects  ยกตัวอย่างเช่น การซ่อน(hide) , แสดง(show) , สลับ(toggle) , จางหาย(fade) และเคลื่อนไหว(animate) เป็นต้น

JQueryHide and Show

เราลองมาดูกันแสดงความสามารถของ JQuery ในการซ่อนหรือแสดงอิลิเมนต์ใช้เมธอด hide() และ show() ตามลาดับ

 รูปแบบ JQueryHide and Show
                $(selector).hide(speed,callback)
                $(selector).show(speed,callback)
โดย speedอาจกาหนดเป็น “slow” , “fast” , “normal” หรือเป็นมิลลิวินาที ก็ได้ callback คือ ฟังก์ชันที่จะให้ทางานหลังจากซ่อน หรือ แสดง อิลิเมนต์แล้ว  เราลองมาดู Code JQuery กันเลยดีกว่านะครับ

ตัวอย่างการใช้ JQuery  hide() และ show()


<html>
<head>
<script type="text/javascript" src="jquery.js"></script>
<script type="text/javascript">
$(document).ready(function(){
$("#hide").click(function(){
$("p").hide();
});
$("#show").click(function(){
$("p").show();
});
});
</script>
</head>
<body>
<p>If you click on the "Hide" button, I will disappear.</p>
<button id="hide">Hide</button>
<button id="show">Show</button>
</body>
</html>


jQuery Toggle

jQuery Toggle  ใช้สาหรับสลับการแสดงผลของHTML element ให้ซ่อนหรือแสดง และ  แสดงอิลิเมนต์ที่ถูกซ่อนอยู่ หรือ ซ่อนอิลิเมนต์ที่แสดงอยู่

รูปแบบ jQuery Toggle
                  $(selector).toggle(speed,callback)
โดย speedอาจกาหนดเป็น “slow” , “fast” , “normal” หรือเป็นมิลลิวินาที ก็ได้ callback คือ ฟังก์ชันที่จะให้ทางานหลังจากซ่อน หรือ แสดง อิลิเมนต์แล้ว  เราลองมาดู Code jQuery Toggle กันเลยดีกว่านะครับ

ตัวอย่างการใช้  jQuery Toggle()

<html>
<head>
<script type="text/javascript" src="jquery.js"></script>
<script type="text/javascript">
$(document).ready(function(){
$("button").click(function(){$("p").toggle();
           });
       });
</script>
</head>
<body>
<button>Toggle</button><p>This is a paragraph with little content.</p>
<p>This is another small paragraph.</p> 
</body>
</html>


สำหรับบทความ JQuery Effects   ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้นะครับหวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจนะครับ















PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSSIT






ป้ายกำกับ

การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class เขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ ทิคนิคทำ Flash Drive ปลอดจากไวรัส Computer เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP เทคนิก selected php โปรแกรมเมอร์หมายถึง พิกัด ค่า latitude และ longitude ใน Google Map จากการคลิก รวมคำสั่ง Dos ละติจูดลองติจูด วิธทำให้ computer boot windows 7 เร็วขึ้น วิธีการแชร์อินเตอร์เน็ต(Internet) Wireless วินโดว์ 7(Windows 7) วิธีแก้ไวรัส ซ่อนไฟล์ แฟลชไดรฟ์ วิธีแก้ IDM(INTERNET DOWLOAD MANAGER)เด้งฟ้อง เด้งเตือน วิธีแชร์ปริ้นเตอร์บนวินโดว์8 (windows8) วิธีทำ Flashdrive boot Windows จากไฟล์ ISO วิธีล้างหัวพิมพ์ printer canon วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email) สอนทำตัว Setup VB 2008 add printer ไม่ได้ และ Printer Error boot windows 7 เร็วขึ้น computer CSS CSS เบื้องต้น (การใช้ Css เพื่อให้ Table ดูดีขึ้น) CSS พื้นฐาน Flash Drive HTML IDM IT javascript Javascript เช็คค่าตัวเลข Javascript เช็คค่าว่าง javascript เช็ค Email ไม่ถูกต้อง javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่ JQuery JQuery คือ jquery เช็คค่าว่าง Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ) JQuery dynamic texbox jQuery Effects PHP PHP เบื้องต้น PHP และ CSS Dynamic HTML Web pages using ตอนที่ 1 PHP connect Database และ Select ข้อมูลเบื้องต้น PHP DELETE ข้อมูล PHP MySQL กับ Login Form แบบใช้ session PHP OOP PHP upload รูปภาพ printer sharing printer SQL SQL สร้างฐานข้อมูล VB VB 2008 โปรแกรมดูทีวีออนไลน์ vb 2008 connect database oracle Windows Windows7 แก้ปัญหา Set Printer