>

วิธทำให้ computer boot windows 7 เร็วขึ้น

วิธทำให้ computer boot windows 7 เร็วขึ้น

วิธทำให้ computer boot windows 7 เร็วขึ้น

โปรแกรมเมอร์กากกาก  กับมาอีกแล้วครับท่านผู้อ่าน  วันนี้เราจะมานำเสนอ วิธีทำให้ Cmputer  boot windows 7 เร็วขึ้น    ในแบบฉบับ กากกาก  เรามาดูกันว่ามีวิธีการทำอย่างไร

1.คลิกปุ่ม Start  พิมพ์ msconfig  ใส่ลงในช่อ Search จะได้ดังภาพ   แล้วกด Enter หรือ คลิกที่ msconfig ก็ได้นะครับ


วิธทำให้ computer boot windows 7 เร็วขึ้น
คลิกปุ่ม Start  พิมพ์ msconfig  ใส่ลงในช่อ Search  

2.หลักจากทำตามข้อ 1 แล้วนั้นจะปรากฏหน้า System Configuration ขึ้นมา ดังภาพด้านล่าง


boot windows 7 เร็วขึ้น
ปรากฏหน้า System Configuration
3. หลังจากทำตามข้อที่  2 แล้ว ให้คลิกที่   Startup แล้วจะมีหน้าต่างขึ้นดังภาพ  คลิกเลือก โปรแกมที่ไม่ต้องการ Boot   ในครั้งแรกที่เปิดเครื่อง ออก (หมายถึง เอาเครื่องหมายถูกออก)  หลังจากนั้นให้กด  Apply  แล้ว กด OK  เครื่องจะถามว่าต้องการ Restart เครื่องใหม่หรือป่าว  ก็ให้ตอบว่าต้องการ Restart หลังจากนั้นก็  มาดูผลกันว่าเร็วขึ้นหรือป่าว

boot windows 7 เร็วขึ้น
คลิกที่   Startup

4.  ข้อนี้เป็นข้อพิเศษ  หากท่านยังไม่พอใจในความเร็วของการ boot windows 7 ของท่าน  ให้ทำตามข้อนี้ได้อีกครั้ง   


4.1  คลิกปุ่ม Start  พิมพ์ msconfig  ใส่ลงในช่อ Search จะได้ดังภาพ   แล้วกด Enter หรือ คลิกที่ msconfig  (ตามข้อที่  1 )

4.2 หลังจากนั้นให้คลิกเลือกเมนู  Boot  จะปรากฏภาพด้งรูป  หลังให้ติกเครื่องหมายถูกตรงคำว่า  No GUI boot (ซึ่งย่อมาจาก  Graphic User interface )  หลังจากนั้นให้กด Apply และ OK ตามลำดับ เครื่องก็จะถามว่า ท่านต้องการ Restart เครื่องหรือไม่  ก็ตอบว่า ใช่ นะครับ  แล้วมาลองดูผลกัน 

boot windows 7 เร็วขึ้น
คลิกเลือกเมนู  Boot

 สำหรับโปรแกรมเมอร์กากกาก ก็ขอจบบทความ วิธทำให้ computer boot windows 7 เร็วขึ้น  ไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ  หากมีข้อสงสัย ก็สามารถ Comment ถามกันมาได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ  ไว้เจอกันบทความต่อไปครับ

 PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email)

วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email)

วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email)

กลับมาอีกครั้งกับ โปรแกรมเมอร์กากกาก   วันนี้จะมานำเสนอเรื่อง วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email)  ในแบบฉบับกากกาก  เราลองมาดูกันเลยดีกว่านะครับ ว่าจะเป็นอย่างไรใน Code แบบกากกากกันเลยดีกว่าครับ

CODE วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email)

1. สร้างไฟล์ PHP หรือ HTML มา 1 ไฟล์เพื่อเป็นฟอร์มในการส่งข้อมูลเข้า E-mail นะครับ และพิมพ์ หรือ copy CODE ตามด้านล่างนี้เลยนะครับ(CODE อาจจะรกนิดนึง เพราะทางโปรแกรมเมอร์กากกาก ได้ใช้โปรแกรม dreamweaver ในการเขียน CODE ซึ่งโปรแกรมจะรันCODE HTML ขึ้นมาให้บางส่วน)

CODE HTML เพื่อสร้างฟอร์มส่ง E-mail

<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>แบบฟอร์ม Send email</title>
</head>

<body>
<center><br>
<b>แบบฟอร์ม Send email<b></br></br>
<form id="form1" name="form1" method="post" action="sendmail.php">
<table width="415" border="0" cellspacing="1" cellpadding="1">
<tr>
<td colspan="2"> </td>
</tr>
<tr>
<td width="179">ชื่อ-นามสกุลผู้ส่ง</td>
<td width="229"><label>
<input name="name" type="text" id="name" />
</label></td>
</tr>
<tr>
<td>อีเมล์ผู้ส่ง</td>
<td><label>
<input name="sender" type="text" id="sender" />
</label></td>
</tr>
<tr>
<td>หัวข้อ</td>
<td><label>
<input name="header" type="text" id="header" />
</label></td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">ข้อความ</td>
<td><label>
<textarea name="messages" cols="30" rows="5" wrap="virtual" id="messages"></textarea>
</label></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2"><div align="center">
<label>
<input type="submit" name="Submit" value="Send Mail" />
</label>
</td>
</tr>
</table>
</form>
</center>
</body>
</html>

2. สร้างไฟล์ PHP ขึ้นมาชื่อว่า  sendmail.php (หรือจะตั้งชื่ออื่นก็ได้ แต่ต้องตรงกับค่าที่สั่ง action มาในตัวหน้งสือสีแดง  ในไฟล์ที่ 1 นั้นเอง  เมื่อสร้างไฟล์ PHP ขึ้นมาแล้ว ให้พิมพ์หรือCopy CODE ด้านล่างนี้ไป หรือใครจะแก้ไข พัฒนา เพิ่มเติมจาก CODE นี้ก็ได้นะครับ

CODE PHP Send Email

<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>Untitled Document</title>
</head>
<?php
$emailto='contactus@yourdomain.com'; //อีเมล์ผู้รับ
$subject='$header'; //หัวข้อ
$header.= "Content-type: text/html; charset=windows-620\n";
$header.="from: ".$name."E-mail :".$mail; //ชื่อและอีเมลผู้ส่ง
$messages.= "$text</br>"; //ข้อความ
$messages.= "จาก $sender<br>"; //ข้อความ

$send_mail = mail($emailto,$subject,$messages,$header);

if(!$send_mail)
{
echo"ยังไม่สามารถส่งเมลล์ได้ในขณะนี้";
}
else
{
echo "ส่งเมลล์สำเร็จ";
}
?>
<body>


</body>
</html>



โปรแกรมเมอร์กากกาก  ก็ขอจบบทความ วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email)  ไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ  หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ โอกาศนี้ด้วยครับ  ขอบพระคุณครับ จุ๊บๆ



PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

วิธีแชร์ปริ้นเตอร์บนวินโดว์8 (windows8)

วิธีแชร์ปริ้นเตอร์บนวินโดว์8 (windows8)


วิธีแชร์ปริ้นเตอร์บนวินโดว์8 (windows8)


     กลับมากันอีกแล้วครับสำหรับ โปรแกรมเมอร์กากกาก  วันนี้จะมานำเสนอเทคนิคเล็กๆน้อยๆ สำหรับการ แชร์ปริ้นเตอร์บนวินโดว์8(Windows8)  ไม่มีภาพประกอบนะครับต้องขออภัยด้วย  หากสงสัย  comment มาสอบถามได้นะครับ  (พอดี ไปเจอใน guru มา เลยเอามาฝาก อิอิ และอีกอย่าง โปรแกรมเมอร์กากกาก ยังใช้ Windows 7 อยู่ เลยไม่มีภาพประกอบ)  ไม่ให้เป็นการเสียเวลา  มาลองดูวิธีการกันได้เลย

    

วิธีแชร์ปริ้นเตอร์บนวินโดว์8 (windows8) อันนี้เครื่องแม่นะจ่ะ(เครื่องที่ต่อปริ้นเตอร์)

1. เข้าไปที่ Control Panel
2. เข้าไปที่ Devive and printer
3. ที่ Tap Sharing ใฟ้ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ Share This printer
4. ที่ Tap Security ในส่วนของ Group Or username ต้องมี Everyone อยู่ด้วย ถ้ามีแล้ว ให้เช็ค Permission Print ที่ช่อง Allow
5. คลิกที่  OK เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ในส่วนของเครื่องแม่ (หมายถึงเครื่องที่ต่อปริ้นเตอร์อยู่)

ส่วนของเครื่อง Client (หรือเครื่องลูกที่ไม่ได้ต่อปริ้นเตอร์)

 1.เปิด My Network
2.คลิกที่เครื่องแม่ จะปรากฏอุปกรณ์ และ Folder ที่ทำการ share ไว้
3.คลิกขวาที่เครื่องพิมพ์ที่ต้องการติดตั้ง เลือก Connect
4.เรียบร้อยครับ

หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้ที่กำลังหาข้อมูลอยู่นะครับ  วันนี้โปรแกรมเมอร์กากกาก ก็ของลาไปก่อนครับ  

ปล. ที่มา http://guru.google.co.th/  



 PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

CSS เบื้องต้น (การใช้ Css เพื่อให้ Table ดูดีขึ้น)

CSS เบื้องต้น (การใช้ Css เพื่อให้ Table ดูดีขึ้น)

CSS เบื้องต้น (การใช้ Css เพื่อให้ Table ดูดีขึ้น)


กลับมาอีกแล้วกับ โปรแกรมเมอร์กากกาก  บอกได้ว่ากากจริงไรจริง ฮ่าๆ  นอกเรื่องไปแหละ  เอาและครับ เราลองมาดูการสร้างตราราง HTML ให้น่าสนใจด้วย CSS  กันดีกว่าครับ  เราลองมาดูวิธีกันเลยดีกว่านะครับ

Code HTML ในส่วนของการสร้างตาราง

1. สร้างไฟล์  PHP หรือ HTML ก็ได้ แล้วพิมพ์ CODE (หรือ Copy ไปก็ได้นะจ่ะ) ดังนั้ง (ในที่นี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก ใช้โปรแกรม dreamweaver ในการสร้างไฟล์ นะครับ)

<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<link rel = "stylesheet" href ="css/primay.css"> //ส่วนของการเรียกใช้ (กรุณาระบุที่อยู่ของไฟล์ css ให้ถูกต้อง)
<title>TEST CSS TABLE</title>
</head>

<body>
<table  class="three" cellspacing="0">
<thead >
<tr>
<td>name</td>
<td>age</td>
                 
</tr>
</thead>
<tbody >
<tr class="ood">
<td>Alex</td>
<td>22</td>
                 
</tr>
</tbody>
</table>
</body>
</html>

Code Css  ในส่วนของการตกแต่งตาราง

3. สร้างไฟล์ CSS ขึ้นมาใหม่อีก 1 ไฟล์ แล้ว พิมพ์ หรือ Copy CODE ตามนี้ครับ (สามารถลองแก้ไขได้ตามต้องการเลยนะครับ)

@charset "utf-8";
/* CSS Document */
table.three{
width:60%;
border:0; 
} 
table.three th { font-weight:bold; 
border-bottom:1px solid #CCC; 
border-top:1px solid #CCC; 
background-color:#F2F9FF ;
color:#0000CC;
}
table.three td { padding:5px; 
border-bottom:1px dotted #CCC; 
}



ผลการรัน


CSS เบื้องต้น (การใช้ Css เพื่อให้ Table ดูดีขึ้น)

อธิบาย CODE เล็กน้อย

      ในส่วนของข้อ 1 กับข้อ 2  เป็นการสร้าง CODE    HTML  ธรรมดาๆ ซึ่งจุดสังเกตมีอยู่ที่ ตัวหนังสือสี่แดง ที่ทำไว้ให้คือ <link rel = "stylesheet" href ="css/primay.css">  มันเป็นการเรียกใช้ไฟล์ CSS ที่เราเขียนขึ้นไว้อีกไฟล์นั้นเอง  ซึ่งในที่นี้ เราสามารถที่จะเขียนอยู่ในไฟล์เดียวกันก็ได้ (ไว้จะกล่าวในบทความต่อไป) แต่การแก้ไข CODE ต่างๆจะทำให้สับสนและไม่เป็นที่นิยม  จึงนิยมเขียนแบบแยกไฟล์ จะสะดวกและง่ายต่อการแก้ไข  
       ในส่วนของ ข้อ 3 เป็นการเขียน CODE CSS อย่างง่ายโดยมีการกำหนดความ กว้างยาวของ ตาราง และอื่นๆ(ดังจะกล่าวในบทความต่อไป อิอิ) สุดท้ายนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่สนใจไม่มากก็น้อย หามีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย (เอิ่ม..ตอนท้ายนี้เขียนรายงานส่งอาจารย์หรือป่าวว่ะ 555+ ไปและครับไว้เจอกันในบทความหน้า)





  PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

วิธีทำ Flashdrive boot Windows จากไฟล์ ISO

วิธีทำ Flashdrive  boot Windows จากไฟล์ ISO


วิธีทำ Flashdrive  boot Windows จากไฟล์ ISO

กับมาอีกแล้วครับกับ โปรแกรมเมอร์กากกาก วันนี้เราจะมานำเสนอ วิธีทำ Flashdrive  boot Window จากไฟล์ ISO  บางทีพอถึงเวลาจะลง Windows  หลายๆท่านอาจจะไม่มีแผ่นเตรียมไว้แต่มี  Flashdrive ในกรณีนี้เราสามารถทำให้ Flashdrive เป็นแผ่น Boot Windows ได้  แต่เราต้องมีไฟล์ Windows ที่เป็นไฟล์ ISO ก่อนนะครับ นะนำให้ไปหาโหลดไว้นะครับ

สิ่งที่ต้องมีสำหรับ การทำ Flashdrive  boot Windows จากไฟล์ ISO

1.  Flashdrive (ความจุ 4 กิ๊กเป็นอย่างน้อย หรือพอกับพื้นที่ Windows)
2. ไฟล์ Windows นามสกุล ISO (แนะนำให้ไปหาโหลดไว้นะครับ)
3.  โปรแกรมจำรองไดร์  UltraISO
4. Computer  (อันนี้ล้อเล่นนะครับ เพราะมันต้องมีอยู่แล้ว  555+)
เมื่อเครื่องมือครบแล้วเราลองมาดูกันเลยดีกว่าว่าเราอย่ามัวเสียเวลา  

วิธีทำ Flashdrive  boot Windows จากไฟล์ ISO 

ขั้นตอนที่  1   เปิดไฟล์ ISO ของ Windows  ผ่าน UltraISO

ขั้นตอนที่  2  เลือกเมนู  Bootable แล้วคลิก  Write Disk Image  ดูได้จากรูป

วิธีทำ Flashdrive  boot Windows จากไฟล์ ISO


จะได้หน้าตาดั้งนี้

วิธีทำ Flashdrive  boot Windows จากไฟล์ ISO


ให้เราเลือก Flash drive ที่ต้องการ  (Flash drive ที่ใช้ควรเป็นflash driveเปล่า เพราะ ข้อมูลที่เก็บอยู่ในแฟลชไดรฟ์ทั้งหมดจะหาย) เลือก Write และตอบ YES

ขั้นตอนที่  3  แล้วรอจนกว่าโปรแกรมจะรันเสร็จ แล้วกด Close ปิดไปได้เลย

เมื่อเสร็จแล้วก็จะได้ USB แฟลชไดรฟ์ สำหรับลงWindows มา 1 อัน จากนั้นเรา เข้าไปต้องค่าการ Boot ของ Bios ให้เป็น USB Flash drive  แค่นี้ก็เป็นอันสามารถลงวินโดว์ได้แล้วนะครับ

ปล.  เมื่อลงเสร็จแล้วเราสามารถ Format Flash drive กลับมาใช้งานได้ปกติครับ  สำหรับบทความนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ครับ
ปล. อีกรอบ ลืมที่มา 555+    ที่มา: www.greenlate.com



                              PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT


วิธีทำ jQuery dynamic textbox หรือการใช้ jQuery add และ remove textbox

วิธีทำ jQuery dynamic textbox  หรือการใช้ jQuery add และ remove textbox

วิธีทำ jQuery dynamic textbox  หรือการใช้ jQuery add และ remove textbox

สวัสดีครับ หายหน้าไปนานสำหรับ โปรแกรมเมอร์กากกาก  วันนี้สำหรับเทคนิคกากกากของโปรแกรมเมอร์กากกากจะมานำเสนอเรื่อง วิธีทำ jQuery dynamic textbox  หรือการใช้ jQuery add และ remove textbox  ซึ่งทางโปรแกรมเมอร์กากกาก ก็ไม่ได้คิดวิธีนี้ขึ้นมาเองหรอกนะครับ  เพียงแค่เรานำมาปรับปรุงดัดแปลงให้เป็นของเรา 555+  แต่จะมี  เครดิต ใต้บทความให้ครับว่าเราเอามาจากไหน  อย่ามัวเสียเวลาครับ  เรามาดูกันเลย

ตัวอย่างวิธีทำ jQuery dynamic textbox  หรือการใช้ jQuery add และ remove textbox


 <!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>การใช้ jQuery add และ remove textbox </title>
<script type="text/javascript"  src="js/jquery-1.10.2.js"></script>//โหลดได้ที่ www.jquery.com


 <style type="text/css">//ในส่วนของ Css
div{
padding:8px;
}
</style>

</head>

<body>

<h1>การใช้ jQuery add  และ remove textbox รายรับ-รายจ่าย</h1>

<script type="text/javascript">  //ส่วนของ jquery script

$(document).ready(function(){

    var counter = 2;

    $("#addButton").click(function () {

if(counter>10){
            alert("Only 10 textboxes allow");
            return false;
}   

var newTextBoxDiv = $(document.createElement('div'))
    .attr("id", 'TextBoxDiv' + counter);

newTextBoxDiv.after().html('<label>Textbox #'+ counter + ' : </label>' +
     '<input type="text" name="textbox' + counter + 
     '" id="textbox' + counter + '" value="" ><label>Text #'+ counter + ' : </label>' +
     '<input type="text" name="text' + counter + 
     '" id="text' + counter + '" value="" ><label>select #'+ counter + ' : </label>' +
  '<select id="select'+counter+'"><option value="1">เงินในกระเป๋า</option><option value="2">เงินในบัญชี</option></select>');

newTextBoxDiv.appendTo("#TextBoxesGroup");


counter++;
     });

     $("#removeButton").click(function () {
if(counter==1){
          alert("No more textbox to remove");
          return false;
       }   

counter--;

        $("#TextBoxDiv" + counter).remove();

     });

     $("#getButtonValue").click(function () {

var msg = '';
for(i=1; i<counter; i++){
     msg += "\n Textbox #" + i + " : " + $('#textbox' + i).val();
}
     alert(msg);
     });
  });
</script>
</head><body>

<div id='TextBoxesGroup'> //การนำมาใช้งานกับการคลิกต่างๆ
<div id="TextBoxDiv1">
<label>Textbox #1 : </label><input type='textbox' id='textbox1' value="" >
        <label>Text #1 : </label><input type='textbox' id='text1' value="" >
        <label>select #1 : </label>
    <select id="select1">
    <option value="1">เงินในกระเป๋า</option>
     <option value="1">เงินในบัญชี</option>
    </select>
</div>
</div>
<input type='button' value='Add Button' id='addButton'>
<input type='button' value='Remove Button' id='removeButton'>
<input type='button' value='Get TextBox Value' id='getButtonValue'>

</body>
</html>

อธิบาย Code jQuery dynamic textbox  หรือการใช้ jQuery add และ remove textbox  เล็กน้อย

- ในส่วนนี้ script type="text/javascript"  src="js/jquery-1.10.2.js"></script>//โหลดได้ที่ www.jquery.com เป็นการเรียกใช้งาน jquery ซึ่งสามารถโหลดมาใช้ได้ฟรี

- ในส่วน
 <style type="text/css">//ในส่วนของ Css
div{
padding:8px;
}
</style>
เป็น Css ควบคุมเล็กน้อย เราสามารถนำไปแก้ไขได้ เพื่อความสวยงาม ตามใจท่านสำหรับในส่วนนี้

- ในส่วน
<script type="text/javascript">  //ส่วนของ jquery script

$(document).ready(function(){

    var counter = 2;

    $("#addButton").click(function () {

if(counter>10){
            alert("Only 10 textboxes allow");
            return false;
}   

var newTextBoxDiv = $(document.createElement('div'))
     .attr("id", 'TextBoxDiv' + counter);

newTextBoxDiv.after().html('<label>Textbox #'+ counter + ' : </label>' +
      '<input type="text" name="textbox' + counter + 
      '" id="textbox' + counter + '" value="" ><label>Text #'+ counter + ' : </label>' +
      '<input type="text" name="text' + counter + 
      '" id="text' + counter + '" value="" ><label>select #'+ counter + ' : </label>' +
   '<select id="select'+counter+'"><option value="1">เงินในกระเป๋า</option><option value="2">เงินในบัญชี</option></select>');

newTextBoxDiv.appendTo("#TextBoxesGroup");


counter++;
     });

     $("#removeButton").click(function () {
if(counter==1){
          alert("No more textbox to remove");
          return false;
       }   

counter--;

        $("#TextBoxDiv" + counter).remove();

     });

     $("#getButtonValue").click(function () {

var msg = '';
for(i=1; i<counter; i++){
      msg += "\n Textbox #" + i + " : " + $('#textbox' + i).val();
}
       alert(msg);
     });
  });
</script>

เป็นการเขียน script function Jquery เรียกใช้งาน  โดยการคลิก ซึ่งมีการเขียนเมื่อคลิก id addButtonก็จะทำการเพิ่ม Textbox มาให้ ต่างๆเหล่านี้ สามารถศึกษาได้จาก ที่ทำสีไว้ให้นะครับ

- และส่วนสุดท้ายก็จะเชื่อโยกกับส่วน script function Jquery อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วเบื่้องต้น

<div id='TextBoxesGroup'> //การนำมาใช้งานกับการคลิกต่างๆ
<div id="TextBoxDiv1">
<label>Textbox #1 : </label><input type='textbox' id='textbox1' value="" >
        <label>Text #1 : </label><input type='textbox' id='text1' value="" >
        <label>select #1 : </label>
    <select id="select1">
    <option value="1">เงินในกระเป๋า</option>
     <option value="1">เงินในบัญชี</option>
    </select>
</div>
</div>
<input type='button' value='Add Button' id='addButton'>
<input type='button' value='Remove Button' id='removeButton'>
<input type='button' value='Get TextBox Value' id='getButtonValue'>

และสุดท้ายก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านไม่มากก็น้อยครับ  สำหรับโปรแกรมเมอร์กากกาก ก็ของจบบทความนี้ลงเพียงเท่านี้

ปล. เครดิต :  www.mkyong.com    และสามารถรันและดูต้นฉบับที่โปรแกรมเมอร์กากกาก นำมาดัดแปลงได้ที่  http://www.mkyong.com/jquery/how-to-add-remove-textbox-dynamically-with-jquery/

                      PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

jquery เช็คค่าว่าง

jquery เช็คค่าว่าง


jquery เช็คค่าว่าง



วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมานำเสนอบทความการเช็คค่าว่างด้วย jquery ดังที่บทความก่อนหน้านี้ได้มีการเขียนไปแล้วเกี่ยวกับการเช็คค่าว่างด้วย javascript  ซึ่งในบทความนี้ จะกระชับ code javascript ขึ้นมาอีกด้วย jquery เราลองมาดูตัวอย่าง code กันเลยดีกว่านะครับ

    function check_null(){
     var user = $("#user").val();
     var pass = $("#pass").val();
     if(user == ''){
      alert("กรุณากรอก username ด้วยค่ะ !");
      $("#user").focus();
      return false;
     }else if(pass == ''){
      alert("กรุณากรอก  password ด้วยค่ะ !");
      $("#pass").focus();
      return false;
     }
    }
  


เป็นไงครับพอจะเข้าใจหรือป่าว  ถ้ายังไม่เข้าใจเราลองมาดู code ที่นำไปใช้แล้วกันดีกว่านะครับ

CODE  jquery เช็คค่าว่าง 



<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>jquery ตรวจชอบค่าว่าง</title>
</head>
<script type="text/javascript" src="jquery-1.10.2.js"></script>
        <script type="text/javascript">
function check_null(){
var user = $("#user").val();
var pass = $("#pass").val();
if(user == ''){
alert("กรุณากรอก username ด้วยค่ะ !");
$("#user").focus();
return false;
}else if(pass == ''){
alert("กรุณากรอก  password ด้วยค่ะ !");
$("#pass").focus();
return false;
}
}
</script>

<body>
<form name="check" id="check" method="post" >
username :<input type="text" id="user" />
password :<input type="text" id="pass" />
<input type="button" id="add" value="เข้าสู่ระบบ" onclick="check_null();"  />
</form>
</body>
</html>


อธิบาย CODE jquery เช็คค่าว่าง  เล็กน้อย

เห็นไหมครับ code jquery เช็คค่าว่างสั้นกว่า javascript เช็คค่าว่าง มากพอสมควรนะครับและในบทความนี้ยังสามารถที่จะแยกแยะออกว่าอันไหน javascript อันไหน jquery คือจะบอกว่าทั้งสองตัวมันเป็นเดียวกันนะครับ แต่ jquery จะอ้างแค่ id ก็สามารถนำไปใช้งานได้แล้ว แต่ javascipt ต้องอ้างตั้งแต่ form ไปจอนถึง ชื่อ หรือ id นั้นๆ สำหรับโปรแกรมเมอร์กากกากคนนี้ก็ขอจบบทความไว้เพียงแค่นี้ครับ ไว้บทความต่อไปจะมานำเสนอเกี่ยวกับอะไรไว้ติดตามกันนะครับ ขอบคุณครับ









PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP

เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP 



เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP



วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมาสอนเทคนิกเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการสลับสีตารางด้วย PHP ส่วนใครที่พอจะทราบแล้วก็ไม่เป็นไรนะครับ  อันนี้เป็นแค่เพียงตัวอย่างเทคนิคเล็กๆน้อยๆเท่านั้น  เราลองมาดู CODE กันเลยดีกว่านะครับ

CODE  เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP 




<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>สลับสี ตาราง</title>
</head>

<body>
<table width="100%" border="1" id="main_table" class="update_order">
  <thead>
  <tr>
    <th colspan="8">หัวข้อ</th>
  </tr>
  <tr>
    <th width="5%">ลำดับที่</ths>
    <th width="23%">ชื่อ</th>
    <th width="11%">นามสกุล</th>
    <th width="13%">หมายเลขโทรสับ</th>
    <th width="15%">ที่อยู่</th>
    <th width="9%">email</th>
  </tr>
  </thead>
 <?php $no = 1;
  while($no < 10 ){
 ?>
  <tbody>
  <tr bgcolor="<?php if($no%2 == 0){echo '#CCCCCC';}else{echo '#FFF';}?>">
    <td align="center"><?=$no;?></td>
    <td><b></b></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    <td align="center"><?="TEST";?></td>
    </td>
  </tr>
  
  <?php  
  $no++;
} // end while
?>
  </tbody>
</table>
</body>
</html>



อธิบาย CODE เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP 

จาก CODE ด้านบนนะครับ  ให้สังเกตุตรงส่วน PHP ในส่วนที่เป็นสีแดง  มีการนำ while เข้ามาใช้ให้ $no +1 ไปเรื่อยๆแต่ต้องน้อยกว่า 10 แล้วออกจาก loop และนำ $no แต่ละตัวมา %2 เพื่อทำการใช้งาน if เพื่อแยกสีของ   bgcolor ให้มีสองสี CODE ก็จะประมาณนี้นะครับ ส่วนเรื่องการประยุกต์ใช้นั้นก็เป็นไปได้มากมายหลายอย่าง อาทิเช่นการนำจำนวณจากการ select มาจากฐานข้อมูลโดยใช้ while นับและมีการเปลี่ยนสี ดังจะกล่าวในบทความต่อไปนะครับ   ส่วนด้านล่างนี้เป็น CODE PHP เพื่อให้พอนึกภาพออกครับ ลองดูกัน

$no = 1;
    while($no < 10 ){
       if($no%2==0){
    echo " bgcolor  1";
 }else{
    echo "bgcolor 2";
  }
    $no++;}




ก็ลองเอาไปทำดูนะครับ ส่วนใครที่รู้แล้วก็ไม่เป็นไร สำหรับบทความนี้ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ นะครับ





PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่

javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่

javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่
วันนี้ โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมานำเสนอบทความ javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่ ในที่นี้มีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการหาตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของเราเพื่อนำไปคำนวณหาระยะทางจากที่เราอยู่ ไปยังจุดที่เราปักหมุดไว้ใน google map นะครับ  เราลองมาดู CODE กันแลยดีกว่า

CODE javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่



<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่</title>
</head>
<body>


ตัวอย่าง ตำแหน่งที่เราอยู่



</body>
</html>

สรุปเล็กน้อย เกี่ยวกับ javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่  

หลายท่านอาจสงสัยว่าหาค่า ละติจูด กับ ลองติจูดไปทำไม ในที่นี้ เมื่อเราได้ค่าทั้งสองค่านี้มา ซึ่งเป็นค่าที่อยู่ปัจจุบันของเรา (ค่าละติจูดลองติจูดปัจจุบันนี้ หมายถึง ละติจูดกับลองติจูดที่เราเปิดใช้งานหน้า เพจนี้ ถ้าเปิดอยู่ที่ไหน ก็จะได้พิกัดละจูดลองติจูดนั้นๆ) เมื่อเราได้แล้ว เราสามารถนำค่านี้ไปคำนวณหาระยะทาง ซึ่งจะมีสูตรในบทความต่อไปนะครับ  ซึ่งในที่นี้เหมาะสำหรับเว็บท่องเที่ยว ที่มีการปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวไว้และนำไปคำนวณให้นักท่องเที่ยวว่าจากสถานที่ที่นักท่องเทียวอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆว่าไกลกันมากน้อยเพียงใด  ทางโปรแกรมเมอร์กากกาก ก็ของจบบทความ  javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่ ไว้เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อท่านที่สนใจ


PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class

 การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class


ตัวอย่างไฟล์ dbconfig.php


ตัวอย่างนี้สืบเนื่องจากที่โปรแกรมเมอร์กากกากได้เขียนบทความ PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session  เราจึงได้มีบทความนี้ขึ้น  ใน CODE ตัวอย่างนี้ เราได้ทำการเขียน Class ของการ connect ขึ้นมาเพื่อสะดวกในการเรียกใช้งาน เราลองมาดู CODE กันเลยดีกว่า


############ user,password,dbname for localhost ##########

define(HOST,"localhost");
define(USER,"ใส่ user host ของท่าน");
define(PASS,"ใส่ password host ของท่าน");
define(DBNAME,"email");
############ user,password,dbname for localhost ##########

class MYSQL{
 
 private $str;
 private $result;
 
 public function  __construct($host,$user,$pass,$dbname) {
 $this->str = mysql_connect($host,$user,$pass) or die (mysql_error());
 $this->dbname = mysql_select_db($dbname);
 mysql_query("SET NAMES UTF8");
 }
 
 public function INSERT(){
  $this->str ="INSERT INTO $this->TABLE ($this->FIELD) VALUES ($this->VALUE)";

  return mysql_query($this->str);
  }
 public function SELECT(){
 $this->str ="SELECT $this->FIELD FROM $this->TABLE";

  $this->result =mysql_query($this->str);
  }
 public function UPDATE(){
  $this->str ="UPDATE $this->TABLE SET $this->VALUE";
  $this->result = mysql_query($this->str);
  }
 public function DELETE(){
  $this->str ="DELETE FROM $this->TABLE";
  return mysql_query($this->str);
  }
 public function FETCH_OBJ(){
  return  mysql_fetch_object($this->result);
  }
 public function FETCH_ARR(){
  return  mysql_fetch_array($this->result);
  }
 public function NUM_ROWS(){
  return  mysql_num_rows($this->result);
  }
 public function FETCH_RESULT(){
  return  mysql_result($this->result);
  }
 } // End class MYSQL


ในส่วนการเรียกใช้งานท่านสามารถเข้าไปดูตัวอย่างการเรียกใช้งานได้ที่  PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session บทความนี้หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจนะครับและขอจบไว้เพียงเท่านี้







PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT

PHP MySQL กับ Login Form แบบใช้ session

PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session


php หน้า login เก็บ session


วันนี้โปรแกรมเมอร์กากกาก จะมาแสดงตัวอย่างการทำหน้า login ด้วย PHP และมีการเก็บ session ไว้ใช้งานกัน เราลองมาดูตัวอย่าง CODE กันเลยดีกว่า

CODE PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session



<?php session_start(); ?>
<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />

<script language="javascript">
      function checkNull(){  //ชื่อ function ตั้งได้ตามความสดวกของเราได้เลยครับ
  var forms=document.form1;  //ผมสร้างตัวแปรมาเพื่ออ้างถึง form ครับ
  if(forms.user.value == "" ){ //เช็ค if ใน textfile ที่กำหนด ตรง .value == "" คือถ้าเป็นค่า null ก็ให้ทำงานภายใน if นี้.
     alert('กรุณากรอก Username');  //สั่งให้ขึ้นข้อความที่ต้องการ
     forms.user.focus();  //เพิ่มความฉลาดให้โปรแกรมโดยการให้ cursor วิ่งไปในช่องที่ว่างอยู่  
     return false;  //return false เป็นการไม่ให้โปรแกรมหรือหน้าเว็บเราทำงานต่อ
  }
  else if (forms.password.value == ""){
 alert('กรุณากรอก Password');  
     forms.password.focus(); 
     return false; 
  }

}
</script>

<title>Login</title>
 <!-- Le styles -->
    <link href="css/bootstrap/css/bootstrap.css" rel="stylesheet">
    <style type="text/css">
      body {
        padding-top: 40px;
        padding-bottom: 40px;
        background-color: #f5f5f5;
      }

      .form-signin {
        max-width: 300px;
        padding: 19px 29px 29px;
        margin: 0 auto 20px;
        background-color: #fff;
        border: 1px solid #e5e5e5;
        -webkit-border-radius: 5px;
           -moz-border-radius: 5px;
                border-radius: 5px;
        -webkit-box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.05);
           -moz-box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.05);
                box-shadow: 0 1px 2px rgba(0,0,0,.05);
      }
      .form-signin .form-signin-heading,
      .form-signin .checkbox {
        margin-bottom: 10px;
      }
      .form-signin input[type="text"],
      .form-signin input[type="password"] {
        font-size: 16px;
        height: auto;
        margin-bottom: 15px;
        padding: 7px 9px;
      }

    </style>
    <link href="css/bootstrap/css/bootstrap-responsive.css" rel="stylesheet">


  </head>

  <body>

    <div class="container">

      <form class="form-signin" method="post" name="form1" onsubmit="javascript:return checkNull();">
      <h1 align="center">&nbsp;</h1>
        <h3 class="form-signin-heading" align="center">หน้า Login โดย</h3>
        <p align="center">www.โปรแกรมเมอร์กากกาก.blogspot.com</p>
        <input type="text" class="input-block-level" placeholder="User" name="user" id="user">
        <input type="password" class="input-block-level" placeholder="Password" name="password" id="password">
       
          
        <button name="login" id="login" class="btn btn-large btn-block btn-primary" type="submit">เข้าสู่ระบบ</button>
      </form>

    </div> <!-- /container -->
    
    
    <?php
if($_POST){ 
$user = $_REQUEST['user'];
$pw = $_REQUEST['password'];
include("dbconfig.php");
$db=new MYSQL(HOST,USER,PASS,DBNAME);
$db->FIELD = "*";
$db->TABLE = "member WHERE user = '$user' AND password = md5('$pw') ";
$db->SELECT();
 
if($db->NUM_ROWS() != 1 ){
 echo '<div class="alert alert-error" align="center">User หรือ Password ไม่ถูกต้อง</div>';
}else{
 
if($data = $db->FETCH_ARR()){
$_SESSION['ses_id_member'] = $data['id_member'];
echo '<script type="text/javascript">window.location="index.php";</script>';
}
 
}exit;
}//end if post
?>


  </body>
</html>



อธิบาย CODE PHP MySQL กับ Login Form  แบบใช้  session 


1. สีเขียว เป็นการประกาศ session_start(); เพื่อให้ทำการใช้ session ได้หรือเรียกใช้ session นั้นเอง 
2.สีน้ำเงิน  เป็น CODE javascript เพื่อเช็คค่าว่างนั้นเองในส่วนนี้เราเคยได้มีตัวอย่างไปแล้ว
3.สีม่วงเป็นส่วนของ CSS ที่เราเลือกมาใช้นัี้นก็คือ CSS bootstrap นั้นเองซึ่งในบอกความนี้เราก็ได้นำเสนอไปแล้ว
4. สีแดง เป็น CODE การทำงานของ PHP ซึ่งการทำงานในที่นี้ เราได้ include ไฟล์ connect Database มาใช้งานนั้นคือไฟล์ dbconfig.php(การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class) และมีการ select ค่าจากฐานข้อมูลมาเทียบกับที่กรอกไว้ว่า USER และ PASSWORD ถูกต้องหรือป่ว ถ้าไม่ถูกต้องก็จะขึ้นข้อความแจ้งเตือน  แต่ถ้า USER PASSWORD ถูกต้องก็จะทำในเงื่อนไขต่อไปคือ ให้ id ของ สมาชิกเก็บไว้ในตัวแปล session และให้ เด้งไปหน้า index.php ต่อไปและยังเก็บค่า $_SESSION['ses_id_member'] เพื่อนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ
5.สีดำเป็นส่วนของ html 


หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ และในส่วน ของไฟล์ dbconfig.php สามาคลิกเข้าไปดูตัวอย่างได้ที่  ตัวอย่างไฟล์ dbconfig.php  สามารถคลิกได้ที่  การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class









PHP | VB | HTML | Javascript | JQuery | SQL | Computer | CSS| IT





ป้ายกำกับ

การใช้ PHP ติดต่อฐานข้อมูล MYSQL ในรูปแบบ Class เขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ ทิคนิคทำ Flash Drive ปลอดจากไวรัส Computer เทคนิก การสลับสีตารางด้วย PHP เทคนิก selected php โปรแกรมเมอร์หมายถึง พิกัด ค่า latitude และ longitude ใน Google Map จากการคลิก รวมคำสั่ง Dos ละติจูดลองติจูด วิธทำให้ computer boot windows 7 เร็วขึ้น วิธีการแชร์อินเตอร์เน็ต(Internet) Wireless วินโดว์ 7(Windows 7) วิธีแก้ไวรัส ซ่อนไฟล์ แฟลชไดรฟ์ วิธีแก้ IDM(INTERNET DOWLOAD MANAGER)เด้งฟ้อง เด้งเตือน วิธีแชร์ปริ้นเตอร์บนวินโดว์8 (windows8) วิธีทำ Flashdrive boot Windows จากไฟล์ ISO วิธีล้างหัวพิมพ์ printer canon วิธีส่ง อีเมล์ ด้วย PHP (PHP Send email) สอนทำตัว Setup VB 2008 add printer ไม่ได้ และ Printer Error boot windows 7 เร็วขึ้น computer CSS CSS เบื้องต้น (การใช้ Css เพื่อให้ Table ดูดีขึ้น) CSS พื้นฐาน Flash Drive HTML IDM IT javascript Javascript เช็คค่าตัวเลข Javascript เช็คค่าว่าง javascript เช็ค Email ไม่ถูกต้อง javascript หาตำแหน่ง ละติจูด ลองติจูด ปัจจุบันที่เราอยู่ JQuery JQuery คือ jquery เช็คค่าว่าง Jquery dialog or popup(เจคิวรี่ ไดอะล็อก หรือ ป๊อปอัพ) JQuery dynamic texbox jQuery Effects PHP PHP เบื้องต้น PHP และ CSS Dynamic HTML Web pages using ตอนที่ 1 PHP connect Database และ Select ข้อมูลเบื้องต้น PHP DELETE ข้อมูล PHP MySQL กับ Login Form แบบใช้ session PHP OOP PHP upload รูปภาพ printer sharing printer SQL SQL สร้างฐานข้อมูล VB VB 2008 โปรแกรมดูทีวีออนไลน์ vb 2008 connect database oracle Windows Windows7 แก้ปัญหา Set Printer